ทำไมลงทุนกับนาฬิกาทองจึงคุ้มค่ากว่านาฬิกาสแตนเลส

วันนี้ Timenaliga ขอพาทุกท่านมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าของการลงทุนระหว่างนาฬิกาทองกับสแตนเลสสตีลกัน ทองคำเป็นโลหะมีค่าที่มีมูลค่าคงที่และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการสะสมนาฬิกาทองคำจึงเปรียบเสมือนรูปแบบหนึ่งของการลงทุน

เปรียบเทียบกับนาฬิกาสแตนเลส

ในด้านมูลค่านาฬิกาทองคำมีมูลค่าสูงกว่านาฬิกาสแตนเลสมาก สแตนเลสสตีลเป็นโลหะผสมระหว่างเหล็ก คาร์บอน โครเมียมรวมถึงแร่ธาตุอื่นๆเช่น นิกเกิล และโมลิบเดนัม ซึ่งทำให้สแตนเลสสตีลมีความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดกร่อน ราคาของสแตนเลสขึ้นอยู่กับเกรดและปริมาณโครเมียมและนิกเกิลที่ผสมอยู่ ซึ่งตามจริงแล้วราคาแท้จริงของวัสดุสแตนเลสนั้นอยู่ในระดับที่ไม่สูง ราคานาฬิกาสแตนเลสสตีลที่เราจ่ายไปนั้นจะเป็นส่วนของค่าแบรนด์ ค่ารุ่น ค่ากลไกเสียมากกว่า ในด้านการลงทุนนาฬิกาทองคำมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมาะกับการลงทุนระยะยาว นาฬิกาสแตนเลสมักสูญเสียมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไป

เปอร์เซ็นต์ของทองคำ

มูลค่าทองคำจะขึ้นอยู่กับค่า Karat (K) ซึ่งแสดงถึงจำนวนเปอร์เซ็นต์ของทองคำที่มีอยู่ เช่น 10K เท่ากับมีทองอยู่ 41.6% ส่วน 14K จะมีทองอยู่ 58.3% และ 18K มีทองอยู่ 75% 

การคำนวณมูลค่าทองคำในนาฬิกาทอง

สมมติว่า นาฬิกาทอง 18K ของคุณมีน้ำหนัก 100 กรัม และราคาทองคำ ณ วันนี้อยู่ที่ประมาณ 40,000 บาทต่อทองคำ 1 บาท (15.2 กรัม)
ดังนั้นนาฬิกาทองคำ 18K น้ำหนัก 100 กรัม จะมีทองคำอยู่ 75% คิดเป็นน้ำหนักทองคำ 75 กรัม หรือคิดเป็นทองคำหนัก 4.93 บาท
มูลค่าทองจากนาฬิกาทองคำที่ได้คือ 
= น้ำหนักทอง x ราคาทอง
ผลที่ได้คือ 4.93 x 40,000 หรือ 197,200 บาท

ผลจากการคำนวณที่ได้นี้ทำให้เราเห็นมูลค่าของทองคำในนาฬิกาทองอย่างชัดเจน การสะสมนาฬิกาทองถือเป็นการลงทุนที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามราคาทองคำที่ขยับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันของโลก และการเลือกซื้อนาฬิกาทองมือสองในราคาที่ไม่สูงมาก ก็เป็นทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง คุ้มค่ากว่าการลงทุนในนาฬิกาสแตนเลสมาก 

หากท่านใดที่สนใจนาฬิกาทองหรือนาฬิการุ่นอื่นๆ สามารถเข้าชมคอลเล็กชั่นของเราได้ที่ Timenaliga ร้านนาฬิกาแบรนด์แท้มือสองอันดับ 1 ที่พร้อมดูแลคุณทั้งการซื้อ ขาย ส่งต่อนาฬิกาแบรนด์หรูมือสองจากกูรูนาฬิกาตัวจริง