นาฬิกาที่ได้ฉายาว่า The President’s Watch

Rolex Day-Date เปิดตัวในปี1956

โดยเป็นนาฬิกาข้อมือที่ทำจากวัสดุล้ำค่า คือ ทองคำ18K หรือ แพลทินัม950 เท่านั้น

สามารถบอกสัปดาห์ได้อย่างเต็มคำ บนหน้าปัดตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา 

และบอกวันที่ ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา

พร้อมกับสาย 3แถวที่เรียกว่า สายPresident ที่ทำจากทองคำ18K หรือ แพลทินัมเช่นเดียวกับตัวเรือน

ตั้งแต่รุ่นนี้ได้ออกสู่ตลาด

Rolex Day-Date ถูกวางว่าเป็นนาฬิกาแนวDressรุ่นที่สูงที่สุด

โดยเน้นทำตลาดว่านาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างมาเพื่อเหล่าผู้นำ และ ผู้มีวิสัยทัศน์

Rolex ได้มอบนาฬิกา รุ่น Day-Date ให้กับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่34 “Dwight Eisenhower”

จึงได้รับสมยานามว่า The President’s Watch (นาฬิกาของประธานาธิบดี)


(“Dwight Eisenhower” ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่34)

แต่ถึงจะได้รับฉายาว่า “The President’s Watch” 

Rolex Day-Date ก็ยังการพัฒนาระบบของนาฬิกาอย่างต่อเนื่อง เพื่อง่ายต่อการใช้งาน

-ปี1970 ได้นำระบบ Quick-set ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนวันที่ได้ง่ายขึ้น 

-ปี1972 ได้เพิ่มเติม Hack feature เป็นการทำให้เข็มวินาทีหยุดนิ่งขณะตั้งเวลา

-ปี1990 Rolex ได้พัฒนา ระบบ “Double Quick-Set” ที่จะทำให้ผู้ใช้งาน Rolex Day-Date สามารถเปลี่ยนสัปดาห์และวันที่ได้อย่างอิสระมากขึ้น

***จุดผมสังเกต ทุกการพัฒนาของRolex เช่น Hack feature, Quick-set หรือ กระจกCrystal Sapphire

รุ่นDay-Dateจะได้ใช้ก่อนรุ่นอื่นๆซักระยะ (3-5ปี)

เป็นการเน้นว่า Rolex Day-Date เป็นรุ่นที่สำคัญอับดับต้นๆของแบรนด์Rolex

ปัจจุบัน Rolex Day-Date มีจานบอกสัปดาห์ถึง 26 ภาษา

โดยมีภาษาที่ไม่คุ้นหูเช่น ภาษาบาสก์, คาตาลัน, เอธิโอเปีย, ฮิบรู และฟาร์ซี

คาแรคเตอร์ของ Rolex Day-Date ตั้งปี1956 ยังคงชัดเจนและหนักแน่นจนถึงปัจจุบัน

Rolex Day-Date ไม่ใช้เป็นแค่นาฬิกาข้อมือ แต่เป็นนาฬิกาที่บ่งบอกถึงความสำเร็จ และความเป็นผู้นำของผู้ใส่

การจะเป็นประธานาธิบดีอาจจะไกลเกินฝันของหลายคน

แต่ผมคิดว่า การที่ได้ครอบครอง”The President’s Watch”

น่าจะพอสร้างความสุข และความมั่นใจเหมือนประธานาธิบดี ในทุกครั้งที่เราใส่มันในโอกาสสำคัญ